ผู้เขียน หัวข้อ: การดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตทั่วไปที่ต้องให้อาหารสายยาง  (อ่าน 196 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 731
  • โฆษณาโปรโมชั่นของท่าน*ได้กระจายสู่การรับรู้สู่ลูกค้าได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น สอบถาม รับจ้างโพสเว็บ
    • ดูรายละเอียด
การดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตทั่วไปที่ต้องให้อาหารสายยาง

การดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤตที่ต้องให้อาหารทางสายยาง จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังสูงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายผู้ป่วยอยู่ในสภาวะอ่อนแอและระบบต่าง ๆ อาจทำงานไม่สัมพันธ์กัน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือได้รับยาหลายชนิดร่วมด้วย

แนวทางปฏิบัติที่สำคัญสำหรับการดูแลในสภาวะวิกฤตครับ:

1. การจัดการ "ท่าทาง" เพื่อป้องกันปอดอักเสบ
ภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก (VAP) คือความเสี่ยงสูงสุดในผู้ป่วยวิกฤต

ยกศีรษะสูง: ต้องรักษาความชันของเตียงไว้ที่ 30–45 องศาตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เฉพาะตอนให้อาหาร แต่รวมถึงหลังให้เสร็จอย่างน้อย 1 ชั่วโมงด้วย

กรณีต้องทำหัตถการ: หากจำเป็นต้องวางตัวผู้ป่วยให้นอนราบ (เช่น เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเคลื่อนย้ายตัว) ต้องหยุดการให้อาหารชั่วคราว จนกว่าจะยกศีรษะขึ้นได้ใหม่


2. การเฝ้าระวังการย่อยอาหาร (Monitoring Tolerance)
ในสภาวะวิกฤต ลำไส้อาจหยุดทำงานได้ทุกเมื่อ

ดูดเช็กอาหารค้าง (GRV): ตรวจสอบทุก 4–6 ชั่วโมง หากพบอาหารค้างเกิน 250–500 ซีซี (ตามดุลยพินิจของแพทย์) อาจต้องชะลอการให้เพื่อป้องกันท้องอืดและสำลัก

สังเกตหน้าท้อง: ตรวจดูว่าท้องมีลักษณะแข็ง ตึง หรือบวมป่องหรือไม่ หากกดแล้วผู้ป่วยดูเจ็บหรือนิ่วหน้า (กรณีสื่อสารไม่ได้) ให้แจ้งพยาบาลทันที

เสียงลำไส้: หากคุณมีทักษะการฟัง (Bowel Sounds) ควรประเมินว่าลำไส้ยังมีการบีบตัวอยู่หรือไม่


3. การควบคุมน้ำตาลและแร่ธาตุ
น้ำตาลในเลือด: ผู้ป่วยวิกฤตมักมีภาวะน้ำตาลสูงจากความเครียด (Stress Hyperglycemia) ควรติดตามผลเจาะเลือดตามรอบอย่างเคร่งครัด

อาการของภาวะแร่ธาตุต่ำ: สังเกตอาการใจสั่น กระสับกระส่าย หรือกล้ามเนื้อกระตุก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ Refeeding Syndrome (ภาวะแทรกซ้อนจากการเริ่มให้อาหารใหม่)


4. การดูแลสุขอนามัยของอุปกรณ์และช่องปาก
ช่องปากสะอาด: แม้ไม่ได้ทานทางปาก แต่ต้องเช็ดทำความสะอาดปากและลิ้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดเชื้อแบคทีเรียที่จะไหลลงไปในปอด

การ Flush สาย: ในผู้ป่วยวิกฤตที่ได้ยาหลายตัว ต้องล้างสายยางด้วยน้ำต้มสุกก่อนและหลังให้ยาทุกครั้ง และแยกให้ยาแต่ละชนิดทีละตัวเพื่อป้องกันยาทำปฏิกิริยากันจนสายตัน

⚠️ สัญญาณอันตรายที่ต้องแจ้งพยาบาล/แพทย์ทันที

อาการ                                   สิ่งที่อาจเกิดขึ้น

ระดับออกซิเจนปลายนิ้วตกลงกะทันหัน   มีการสำลักอาหารลงปอด
ไออย่างรุนแรง หรือหน้าเขียวขณะให้   สายยางเลื่อนหลุด หรือสำลัก
ท้องเสียเป็นน้ำปริมาณมาก                   การติดเชื้อในลำไส้ หรืออาหารสูตรเข้มข้นเกินไป
ปัสสาวะไม่ออก หรือตัวบวมขึ้นชัดเจน   ภาวะน้ำเกิน หรือไตทำงานบกพร่อง


💡 สรุปหัวใจสำคัญ

การดูแลผู้ป่วยวิกฤตคือ "การสังเกตอย่างละเอียด" หากพบความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เช่น สีหน้าเปลี่ยน ท้องดูโตขึ้น หรือเสียงลมหายใจครืดคราดขึ้น ให้หยุดการให้อาหารและแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทันทีครับ